This site is a collaboration between two organizations, Agricultural Futures Exchange of Thailand and Thai Tapioca Trade Association. To be a center of information and dissemination of information. Related to the cassava industry.
TAPIOCA ONLINE >> Saturday 23 May 2015  GMT+7
logo-ttta           

มันสำปะหลัง ออนไลน์

เกษตรฯ แก้ปัญหาฝนทิ้งช่วง

Print

นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า จากสถานการณ์ปัญหาฝนทิ้งช่วงยาวนานและรุนแรงกว่าทุกปี จากข้อมูลพบว่าปีนี้ค่าเฉลี่ยปริมาณน้ำฝนรวมมีปริมาณน้อยกว่าเกณฑ์ที่กำหนด

นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า จากสถานการณ์ปัญหาฝนทิ้งช่วงยาวนานและรุนแรงกว่าทุกปี จากข้อมูลพบว่าปีนี้ค่าเฉลี่ยปริมาณน้ำฝนรวมมีปริมาณน้อยกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ส่งผลให้น้ำไหลลงเขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์   มีปริมาณน้อยตามไปด้วย โดยปัจจุบันเขื่อนภูมิพลมีปริมาณน้ำในอ่าง 4,163 ล้านลบ.ม. คิดเป็น 31% เขื่อนสิริกิติ์มีปริมาณน้ำ 3,249 ล้านลบ.ม. คิดเป็น 34% เท่านั้น  ประกอบกับข้อมูล ณ  2 กรกฎาคม  2557 พบว่าจากภาวะปัญหาฝนทิ้งช่วงดังกล่าว มีจังหวัดที่ยังคงได้รับผลกระทบและประกาศเป็นเขตภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) อีกจำนวน 3 จังหวัด 20 อำเภอ 133 ตำบล 1,468 หมู่บ้าน ได้แก่ จังหวัดชัยภูมิ สุรินทร์ และนครราชสีมา จึงได้สั่งการให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตรและกรมชลประทาน เร่งหาทางในการบริหารจัดการน้ำให้มีปริมาณเพียงพอเป็น การเร่งด่วน รวมทั้งให้แต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรทราบ เพื่อจะได้วางแผนบริหารจัดการพื้นที่เกษตรในการสำรองน้ำเพื่อใช้ในการเพาะปลูกต่อไป

ด้าน นายสุรสีห์ กิตติมณฑลรักษาการแทนอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่า ที่ผ่านมากรมฝนหลวงและการบินเกษตรได้ติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยพิบัติด้านการเกษตรที่สำคัญอย่างใกล้ชิด ทั้งปัญหาภัยแล้ง ปัญหาหมอกควันและไฟป่า การเติมน้ำในเขื่อนรวมทั้งปัญหาฝนทิ้งช่วง เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติทางธรรมชาติให้ทันต่อสถานการณ์ความเดือดร้อนของเกษตรกรและประชาชน

โดยเฉพาะปัญหาฝนทิ้งช่วงนั้นได้ดำเนินการตั้งแต่มิถุนายน-กรกฎาคม 57 เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำฝนในพื้นที่เกษตรกรรมในช่วงกลางฤดูเพาะปลูก ซึ่งปกติมักประสบปัญหาฝนทิ้งช่วง ทำให้พืชผลการเกษตรอื่น ๆ ได้รับความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง นอกจากนี้ยังมีแผนเติมน้ำต้นทุนในเขื่อนเป้าหมายขนาดใหญ่ในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน 57 รวมทั้งเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้กับพื้นที่ลุ่มรับน้ำของเขื่อนต่างๆ โดยมีเป้าหมายให้มีปริมาณน้ำกักเก็บไม่ต่ำกว่าร้อยละ  80 ของความจุอ่างฯ อีกด้วย  

ในขณะที่ผลดำเนินการช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยแล้งที่ผ่านมา กรมฝนหลวงฯได้เข้าไปปฏิบัติการฝนหลวงครอบคลุมพื้นที่ภาคเหนือ 72.02% ภาคกลาง 90.83% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 51% ภาคตะวันออก 78.73% และภาคใต้ 40.22% ซึ่งหากมองในภาพรวมว่าถือว่าการปฏิบัติการของกรมฝนหลวงดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมพื้นที่และเกินเป้าหมาย


- - หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ - -

Last Updated on Monday, 14 July 2014 04:30

คณะกรรมการสมาคมฯ มีมติเลือก ดร. สุรีย์ ยอดประจง นั่งนายกฯ ต่ออีกสมัย

Print

การประชุมเลือกตั้งคณะกรรมการสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2558 ที่ประชุมมีมติเลือก ดร. สุรีย์ ยอดประจง ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย ประจำปี 2558-59

โดยมีรายนามคณะกรรมการสมาคมฯ ดังนี้


- - TTTA - -

Last Updated on Thursday, 02 April 2015 08:57

ท่าเรือน้ำลึก..ศูนย์กลางทางหลวงทางทะเลแห่งใหม่ในหนานทง

Print

หนานทง เปิดตัวโครงการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกแห่งใหม่ ผลักดันให้เป็นทางหลวงทางทะเล สามารถให้บริการเรือขนส่งสินค้าขนาดใหญ่น้ำหนักถึง 100,000 ตัน จากทั่วโลก คาดว่าจะช่วยลดต้นทุนด้านการขนส่งของผู้ประกอบการได้สูงถึง 578 ล้านหยวนภายในปี 2020

ท่าเรือหนานทง..ศูนย์กลางใหม่ของธุรกิจการเดินเรือ

ท่าเรือน้ำลึกหนานทงมีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 56.63 ตารางกิโลเมตร ซึ่งรัฐบาลจีนทุ่มทุนสร้างด้วยงบประมาณมากกว่า 230 ล้านดอลลาร์เหรียญสหรัฐ โดยโครงการก่อสร้างท่าเรือจะแบ่งเป็นส่วน ๆ และจะพัฒนาจนสามารถจอดเรือขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ที่รองรับน้ำหนักได้ถึง 100,000  ตัน ภายในระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 14 ปี ซึ่งที่ผ่านมาเมืองหนานทงมีการพัฒนาการคมนาคมขนส่งทางเรือ และสาธารณูปโภคอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ท่าเรือหนานทงแต่เดิมที่ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการเป็นอย่างดีอยู่แล้ว มีเม็ดเงินสะพัดในปี 2557 เฉพาะด้านการขนส่งทางเรือ ปี 2557 สูงถึงประมาณ 220 ล้านหยวน และมีอัตราการเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 7.4 จึงเป็นแรงผลักดันให้รัฐบาลพัฒนาขยา ความยิ่งใหญ่ของท่าเรือหนานทงให้เข้าสู่สากลมากขึ้นไปอีก

ธุรกิจขนส่งไทยรีบจับจอง ทำเลทองเมืองหนานทง

นอกจากหนานทงจะเป็นเมืองที่ความได้เปรียบทางด้านภูมิศาสตร์ เพราะมีพื้นที่ติดต่อกับทะเลจีนตะวันออกแล้ว หนานทงยังอยู่ไม่ไกลจากเมืองสำคัญ ๆ หลายแห่ง อาทิ ซูโจว หนานจิง และเซี่ยงไฮ้ ซึ่งจะส่งผลให้หนานทงเป็นเมืองที่พร้อมแก่กันพัฒนาเศรษฐกิจแบบรอบด้านไม่ต่างกับเมืองใหญ่อย่างเซี่ยงไฮ้เลย จึงน่าจะเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่นักธุรกิจไทย อาทิ กลุ่มธุรกิจนำเข้า - ส่งออก ธุรกิจอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับการต่อเรือ หรือธุรกิจที่เกี่ยวกับระบบโลจิสติกส์ต่างๆ น่าจะสามารถเข้าศึกษาช่องทางมองหาศึกษาโอกาสในทำเลทองนี้ เพื่อดำเนินธุรกิจต่อไป

 

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

จัดทำโดย นางสาววรางคณา ศศิธร
ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเซี่ยงไฮ้
ข้อมูลอ้างอิง : นสพ.China Daily ฉบับวันที่ 20 มี.ค. 58 หัวข้อ “Marine highway project underway”
ภาพประกอบโดย http://image.baidu.com

 


- - ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน www.thaibizchina.com - -

Last Updated on Friday, 10 April 2015 02:45

เทคนิคปลูกมันสำปะหลังทุนต่ำ เกษตรกรทำได้-มีรายได้เพิ่มขึ้น

Print

การเกษตรในประเทศไทยต้องยอมรับว่าต้นทุนการผลิตค่อนข้างสูงเมื่อเทียบประเทศในกลุ่มอาเซียนด้วยกัน อย่างมันสำปะหลัง เกษตรกรต้องใช้เงินต้นทุนถึงไร่ละ 4,200-4,550 บาท เฉลี่ย กก.ละ 1.20-1.30 บาท ทำให้สถาบันวิจัยพืชไร่และพืชทดแทนพลังงาน กรมวิชาการเกษตร ต้องกำหนดแนวทางการลดต้นทุนการผลิตมันสำปะหลัง เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นตามนโยบายของรัฐบาล

นายกอบเกียรติ ไพศาลเจริญ ผู้เชี่ยวชาญด้านพืชไร่ สำนักผู้เชี่ยวชาญกรมวิชาการเกษตร แนะแนวทางการลดต้นทุนการผลิตมันสำปะหลังว่า เบื้องต้นเกษตรกรสามารถลดต้นทุนการผลิตได้โดยปลูกมันสำปะหลังตามเขตโซนนิ่งที่เหมาะสมต่อการปลูกมันสำปะหลัง จากนั้นเลือกใช้พันธุ์ดีที่เหมาะสมกับเนื้อดินและสภาพแวดล้อมเฉพาะพื้นที่ อาทิ ดินทราย-ทรายปนร่วนควรใช้พันธุ์ระยอง72, ระยอง 7, ระยอง 9, ระยอง 90, ห้วยบง 60 และเกษตรศาสตร์ 50 ดินร่วนปนเหนียวควรใช้พันธุ์ระยอง 5, ระยอง 7, ห้วยบง 80 และระยอง 11 ดินด่างควรใช้พันธุ์ระยอง 11 และระยอง 5 จะสามารถเพิ่มผลผลิตต่อพื้นที่ได้โดยไม่ต้องลงทุนเพิ่ม

"เกษตรกรจำเป็นต้องเตรียมท่อนพันธุ์ที่มีคุณภาพดี โดยใช้ต้นพันธุ์อายุ 8-12 เดือน ที่สดใหม่และตรงตามพันธุ์ มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2 ซม.ขึ้นไป หากปลูกต้นฤดูฝน ท่อนพันธุ์ควรมีความยาว 20 ซม.ฤดูแล้ง 25 ซม. ซึ่งจะทำให้มีเปอร์เซ็นต์ความงอกสูงและแข่งขันกับวัชพืชได้ดี ที่สำคัญควรใช้พันธุ์จากแหล่งที่ไม่มีการระบาดของโรคและแมลง เช่น เพลี้ยแป้ง โรคหัวเน่า และโรคพุ่มแจ้ หากมีการระบาดของโรคหรือแมลง ควรแช่ท่อนพันธุ์ด้วยสารเคมีก่อนปลูก จะสามารถลดการระบาด ช่วยลดต้นทุนการจัดการ และรักษาระดับผลผลิตที่อาจลดลงถึง 30%" นายกอบเกียรติ กล่าว

ส่วนฤดูปลูกนับว่ามีความสำคัญต่อการลดต้นทุนการผลิตมันสำปะหลัง ซึ่งเกษตรกรสามารถปลูกได้ 2 ช่วง คือ ต้นฝน (เดือนมี.ค.-พ.ค.) และปลายฝน (เดือนก.ย.-พ.ย.) หากปลูกในช่วงต้นฤดูฝนควรยกร่องปลูกเพื่อช่วยระบายน้ำ ถ้าปลูกตามคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตรจะให้ผลผลิตสูง ทั้งยังลดความเสี่ยงในการงอก ช่วยหลีกเลี่ยงปัญหาหัวมันเน่า และลดจำนวนครั้งในการกำจัดวัชพืชด้วย และเกษตรกรควรใช้เครื่องจักรกลการเกษตรทดแทนแรงงานคนที่มีค่าจ้างแพงขึ้น

นอกจากนี้เกษตรกรควรเตรียมดินให้ถูกวิธีจะสามารถลดต้นทุนในการเตรียมดินได้ โดยไถดินอย่างน้อย 2 ครั้ง โดยครั้งแรกไถลึกด้วยผาน 3 ตากดินแล้วพรวนด้วยผาน 7 อีกครั้ง กรณีพื้นลาดเทควรยกร่องขวางแนวลาดเอียง ไม่ควรไถเตรียมดินขณะที่ดินแฉะหรือแห้งมาก เกษตรกรต้องไถระเบิดดินดานทุก 3 หรือ 5 ปี ก่อนไถต้องตรวจวัดความแน่นดินตามเกณฑ์ สำหรับการปลูกมันสำปะหลังไม่ควรปลูกถี่เกินไป โดยปลูกในอัตรา 1,600-3,200 ต้นต่อไร่ ระยะปลูก 1x1 ถึง 0.6x0.8 เมตร ขึ้นกับพันธุ์ ความอุดมสมบูรณ์ของดิน และความสะดวกในการปฏิบัติงาน ซึ่งจะไม่สิ้นเปลืองแรงงานและท่อนพันธุ์ การระบาดของโรคและแมลงจะน้อยลง เพราะพุ่มใบจะชิดกันพอดี ทั้งยังช่วยลดต้นทุนและลดการสูญเสียผลผลิตได้ หากปลูกชิดจะทำให้ผลผลิตลดลงถึง 28% และรายได้ลดลง 30%

ผู้เชี่ยวชาญด้านพืชไร่ แนะนำอีกว่า การกำจัดวัชพืชถือเป็นเรื่องจำเป็น โดยเฉพาะช่วงวิกฤติ 1-4 เดือนแรก โดยใช้แรงงานคนหรือสารไดยูรอน หรือเมโทลาคอร์พ่นหลังปลูกเสร็จเมื่อดินมีความชื้น และเมื่อวัชพืชงอกพ่นด้วยสารพาราควอท หรือไกลโฟเสทตามอัตราและคำแนะนำที่ระบุบนฉลาก ขณะที่การใส่ปุ๋ยเกษตรกรควรใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินหรือใช้ปุ๋ยร่วมกับวัสดุอินทรีย์ และควรมีการใส่ปุ๋ยอินทรีย์เพื่อปรับปรุงดินในอัตรา 0.5-1 ตันต่อไร่ เป็นต้น การเก็บเกี่ยวผลผลิตมันสำปะหลังในช่วงอายุที่เหมาะสม คือ 12 เดือน

อย่างไรก็ตาม หากสงสัยเกี่ยวกับแนวทางการลดต้นทุนการผลิตมันสำปะหลัง สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สถาบันวิจัยพืชไร่และพืชทดแทนพลังงาน กรมวิชาการเกษตร


- - หนังสือพิมพ์คมชัดลึก - -

Last Updated on Friday, 08 May 2015 02:13

ยอดส่งออกแข็งแกร่งหนุนสัญญาข้าวโพดปิดบวก

Print

ภาวะตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT เมื่อคืนนี้ (21 พ.ค.) สัญญาข้าวโพดปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังสหรัฐเปิดเผยข้อมูลการส่งออกประจำสัปดาห์ที่แข็งแกร่ง ในขณะที่ถั่วเหลืองทรงตัวอยู่ที่ระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือน ท่ามกลางการพยากรณ์สภาพอากาศที่เอื้ออำนวยในเขตมิดเวสต์ของสหรัฐ

สัญญาข้าวโพดส่งมอบเดือนก.ค.เพิ่มขึ้น 5 เซนต์ หรือ 1.39% ปิดที่ 3.65 ดอลลาร์/บุชเชล ขณะที่สัญญาข้าวสาลีส่งมอบเดือนก.ค.เพิ่มขึ้น 9 เซนต์ หรือ 1.75% ปิดที่ 5.22 ดอลลาร์/บุชเชล และสัญญาถั่วเหลืองส่งมอบเดือนก.ค.ลดลง 2.75 เซนต์ หรือ 0.29% ปิดที่ 9.385 ดอลลาร์/บุชเชล

กระทรวงเกษตรสหรัฐ (USDA) เปิดเผยว่า ยอดขายข้าวโพดในระหว่างสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 14 พ.ค.อยู่ที่ 812,600 ตัน สำหรับการส่งมอบในปี 2557/2558 เพิ่มขึ้น 12% จากค่าเฉลี่ยในรอบ 4 สัปดาห์ ข้อมูลดังกล่าวส่งผลให้ราคาข้าวโพดดีดตัวขึ้น  

นอกจากนี้ รายงานยังระบุว่า ยอดขายข้าวสาลีสำหรับปี 2557/2558 อยู่ที่ 74,400 ตัน ลดลง 36% จากสัปดาห์ก่อน และลดลงอย่างมากจากค่าเฉลี่ยในรอบ 4 สัปดาห์ ยอดขายถั่วเหลืองอยู่ที่ 165,500 ตัน เพิ่มขึ้น 21% จากสัปดาห์ก่อนแต่ลดลง 35% จากค่าเฉลี่ยในรอบ 4 สัปดาห์  

ข้าวสาลีดีดตัวขึ้นจากแรงช้อนซื้อท่ามกลางการคาดการณ์ของตลาดที่ว่า ปริมาณน้ำฝนที่ตกหนักจนเกินไปอาจจะสร้างความเสียหายให้กับพืชที่กำลังเติบโต 

ในขณะเดียวกัน การพยากรณ์เกี่ยวกับสภาพอากาศที่เหมาะอย่างยิ่งต่อพืชยังกระตุ้นการคาดการณ์ที่ว่า การเก็บเกี่ยวถั่วเหลืองจะได้ผลผลิตที่อุดมสมบูรณ์ สำนักข่าวซินหัวรายงาน 


- - สำนักข่าวอินโฟเควสท์ - -

Last Updated on Friday, 22 May 2015 01:34

Page 3 of 285

Templates WordPress
Templates WordPress