This site is a collaboration between two organizations, Agricultural Futures Exchange of Thailand and Thai Tapioca Trade Association. To be a center of information and dissemination of information. Related to the cassava industry.
TAPIOCA ONLINE >> Saturday 29 August 2015  GMT+7
logo-ttta           

มันสำปะหลัง ออนไลน์

เกษตรฯ แก้ปัญหาฝนทิ้งช่วง

Print

นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า จากสถานการณ์ปัญหาฝนทิ้งช่วงยาวนานและรุนแรงกว่าทุกปี จากข้อมูลพบว่าปีนี้ค่าเฉลี่ยปริมาณน้ำฝนรวมมีปริมาณน้อยกว่าเกณฑ์ที่กำหนด

นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า จากสถานการณ์ปัญหาฝนทิ้งช่วงยาวนานและรุนแรงกว่าทุกปี จากข้อมูลพบว่าปีนี้ค่าเฉลี่ยปริมาณน้ำฝนรวมมีปริมาณน้อยกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ส่งผลให้น้ำไหลลงเขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์   มีปริมาณน้อยตามไปด้วย โดยปัจจุบันเขื่อนภูมิพลมีปริมาณน้ำในอ่าง 4,163 ล้านลบ.ม. คิดเป็น 31% เขื่อนสิริกิติ์มีปริมาณน้ำ 3,249 ล้านลบ.ม. คิดเป็น 34% เท่านั้น  ประกอบกับข้อมูล ณ  2 กรกฎาคม  2557 พบว่าจากภาวะปัญหาฝนทิ้งช่วงดังกล่าว มีจังหวัดที่ยังคงได้รับผลกระทบและประกาศเป็นเขตภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) อีกจำนวน 3 จังหวัด 20 อำเภอ 133 ตำบล 1,468 หมู่บ้าน ได้แก่ จังหวัดชัยภูมิ สุรินทร์ และนครราชสีมา จึงได้สั่งการให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตรและกรมชลประทาน เร่งหาทางในการบริหารจัดการน้ำให้มีปริมาณเพียงพอเป็น การเร่งด่วน รวมทั้งให้แต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรทราบ เพื่อจะได้วางแผนบริหารจัดการพื้นที่เกษตรในการสำรองน้ำเพื่อใช้ในการเพาะปลูกต่อไป

ด้าน นายสุรสีห์ กิตติมณฑลรักษาการแทนอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่า ที่ผ่านมากรมฝนหลวงและการบินเกษตรได้ติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยพิบัติด้านการเกษตรที่สำคัญอย่างใกล้ชิด ทั้งปัญหาภัยแล้ง ปัญหาหมอกควันและไฟป่า การเติมน้ำในเขื่อนรวมทั้งปัญหาฝนทิ้งช่วง เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติทางธรรมชาติให้ทันต่อสถานการณ์ความเดือดร้อนของเกษตรกรและประชาชน

โดยเฉพาะปัญหาฝนทิ้งช่วงนั้นได้ดำเนินการตั้งแต่มิถุนายน-กรกฎาคม 57 เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำฝนในพื้นที่เกษตรกรรมในช่วงกลางฤดูเพาะปลูก ซึ่งปกติมักประสบปัญหาฝนทิ้งช่วง ทำให้พืชผลการเกษตรอื่น ๆ ได้รับความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง นอกจากนี้ยังมีแผนเติมน้ำต้นทุนในเขื่อนเป้าหมายขนาดใหญ่ในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน 57 รวมทั้งเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้กับพื้นที่ลุ่มรับน้ำของเขื่อนต่างๆ โดยมีเป้าหมายให้มีปริมาณน้ำกักเก็บไม่ต่ำกว่าร้อยละ  80 ของความจุอ่างฯ อีกด้วย  

ในขณะที่ผลดำเนินการช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยแล้งที่ผ่านมา กรมฝนหลวงฯได้เข้าไปปฏิบัติการฝนหลวงครอบคลุมพื้นที่ภาคเหนือ 72.02% ภาคกลาง 90.83% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 51% ภาคตะวันออก 78.73% และภาคใต้ 40.22% ซึ่งหากมองในภาพรวมว่าถือว่าการปฏิบัติการของกรมฝนหลวงดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมพื้นที่และเกินเป้าหมาย


- - หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ - -

Last Updated on Monday, 14 July 2014 04:30

พาณิชย์เข้มสกัดมันสำปะหลังคุณภาพต่ำ

Print

พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีการร้องเรียนเกี่ยวกับการลักลอบนำมันสำปะหลังคุณภาพต่ำจากประเทศเพื่อนบ้านส่งออกไปต่างประเทศ โดยไม่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพ การส่งออกมันสำปะหลังปลอมปนกากมันและการขายตัดราคาส่งออกซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์รวมทั้งชื่อเสียงของการส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย

กระทรวงพาณิชย์ มีนโยบายชัดเจนที่จะกวดขันและปราบปรามอย่างจริงจัง เพื่อเอาผิดกับผู้ประกอบธุรกิจส่งออกมันสำปะหลัง ผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า (Surveyor) และเจ้าหน้าที่รัฐที่มีหน้าที่ดูแลด้านคุณภาพมาตรฐานสินค้าและขอย้ำให้ทุกฝ่ายปฏิบัติหน้าที่ของตนอย่างตรงไปตรงมาและเคร่งครัดตามกฎ ระเบียบ ที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด ทั้งนี้ จะใช้อำนาจ คสช. จัดทีมเฉพาะกิจออกตรวจสอบและจับกุมผู้เกี่ยวข้องกับการส่งออกมันสำปะหลังที่มีคุณภาพต่ำ/ไม่ได้มาตรฐาน หลีกเลี่ยงระเบียบ และจะดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ทุจริตหรือร่วมรู้เห็นเป็นใจทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นภาคเอกชนหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอย่างถึงที่สุด เพื่อรักษาชื่อเสียงและตลาดส่งออกมันสำปะหลังของไทยให้ขยายตัวอย่างมั่นคงยั่งยืนต่อไป

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ในโอกาสที่จะไปเป็นประธานเปิดงานประชุมมันสำปะหลังนานาชาติ (World Tapioca Conference 2015) ที่โรงแรมดุสิตธานี พัทยา ในวันที่ 24 มิถุนายน 2558 จะได้ให้นโยบายทำความเข้าใจและกำชับการปฏิบัติในเรื่องดังกล่าวกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการ ผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า (Surveyor) เจ้าหน้าที่ของรัฐ และผู้ซื้อจากต่างประเทศที่จะมาร่วมงานกว่า 500  คน เพื่อให้มีการร่วมมืออย่างจริงจังในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพมาตรฐานของผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย

ในช่วงเดือน มกราคม-เมษายน 2558 ไทยส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง 4.38 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่า 42,391 ล้านบาท ปริมาณและมูลค่าเพิ่มขึ้น 8.68% และ 6.48% ตามลำดับเมื่อเทียบกับระยะเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยมีตลาดส่งออกหลัก คือ ประเทศจีน มาตรการที่เข้มงวดดังกล่าว จะช่วยให้การส่งออกของไทยในครึ่งปีหลังมีแนวโน้มที่ดีต่อไป


- - หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ - -

Last Updated on Friday, 19 June 2015 03:40

การแข่งขันโบว์ลิ่งเชื่อมความสามัคคี ครั้งที่ 6

Print

สมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย ได้จัดการแข่งขันโบว์ลิ่งเชื่อมความสามัคคี ครั้งที่ 6 เมื่อวันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม 2558 เวลา 11.00-15.00 น. ณ BLU-O RHYTHM & BOWL ชั้น 2 สาขาเมกาบางนา


- - TTTA - -

Last Updated on Tuesday, 07 July 2015 02:17

มันสำปะหลัง...น้ำหยด ปีเดียว...คืนทุน

Print

นำระบบน้ำหยดมาใช้กับไร่มันสำปะหลัง...ดูเหมือนเป็นเรื่องเพ้อเจ้อเกินฝัน มิต่างนำรถเฟอร์รารีมาทำแท็กซี่ ไม่น่าจะได้ผลตอบแทนคุ้มค่า

แต่เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นแล้ว ไม่เพียงจะไม่เพ้อฝัน ยังให้ผลตอบแทนคุ้มค่า ปีเดียวคืนทุนแถมกำไรอีกต่างหาก...เป็นผลการศึกษาของ ทีมงานคณะทำงานด้านนโยบายพรรคประชาธิปัตย์ ที่อาศัยช่วงว่างเว้นพักงานการเมืองเตรียมเลือกตั้ง นำคณะไปศึกษาดูงานบริหารจัดการน้ำของอิสราเอล “ประเทศกลางทะเลทราย ไม่เคยมีประกาศสถานการณ์ภัยแล้ง” ต่างจากประเทศไทยอยู่ในเขตร้อนชื้น ฝนชุก ประกาศภัยแล้งได้ทุกปี

อิสราเอลทำได้ยังไง เป็นโจทย์ที่ถูกตั้งขึ้นมาในการดูงาน จนในที่สุดได้คำตอบ ใช้น้ำอย่างรู้ค่า ด้วยระบบน้ำหยด... กลับมาเลยคิดลองใช้กับไร่มันสำปะหลัง ดูสิว่าจะเป็นจริงได้แค่ไหน  

“เราเลือกมันสำปะหลัง เพราะเป็นพืชนิยมปลูกในพื้นที่แห้งแล้ง และชาวไร่มันฯ เป็นกลุ่มเกษตรกรที่ยากจนที่สุดด้วย ถ้าระบบน้ำหยดได้ผลจริง เราจะสามารถแก้ปัญหาทั้งภัยแล้งและความยากจนในชนบทได้ด้วย”  

นายกรณ์ จาติกวณิช ประธานคณะทำงานด้านนโยบายฯ เผยถึงที่มาของการคิดทดลองนำระบบน้ำหยดมาใช้กับไร่มันสำปะหลังที่เริ่มทำมาตั้งแต่ปี 2557 ใน อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี  

“ไร่มันฯ ที่ปลูกแบบเดิมๆ ให้ผลผลิตไร่ละ 4.5 ตัน แต่พอใช้ระบบน้ำหยดผลผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 11 ตัน เกษตรกรขายได้ กก.ละ 2.7 บาท สร้างรายได้มากกว่าการปลูกแบบเดิมถึงไร่ละ 17,550 บาท เมื่อหักค่าใช้จ่ายระบบน้ำหยดที่มีต้นทุนเฉลี่ยอยู่ที่ไร่ละ 7,500 บาท ยังมีเงินกำไรเหลืออีกไร่ละหมื่นบาท แสดงให้เห็นว่า การลงทุนระบบน้ำหยดนั้นคุ้มค่า ปีเดียวคืนทุนบวกกำไร ปีต่อๆไปมีแต่กำไรล้วน เพราะอุปกรณ์มีอายุใช้งาน 4-5 ปี”

แต่นั่นเป็นการ ทดลองที่บริษัทของอิสราเอล ใช้เจ้าหน้าที่ของบริษัทดำเนินการเอง ทั้งหมด แต่ถ้าให้เกษตรกรทำเอง ดูแลระบบเองผลจะเป็นอย่างไร...นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.ผู้โด่งดังจากการขุดคุ้ยกรณีจำนำข้าว หนึ่งในคณะทำงานฯ จึงได้เสนอพื้นที่ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ให้ นางเพิง อิทธิยา วัย 62 ปี เกษตรกรเจ้าของไร่มันฯ ดูแลบริหารจัดการระบบ น้ำหยดเอง เพียงแต่ให้ บริษัทมาติดตั้งอุปกรณ์ เท่านั้น  

เริ่มทดลองอีกครั้ง มี.ค.58 แม้จะยังเก็บเกี่ยวหัวมันฯมาพิสูจน์ไม่ได้ ...แต่ 5 เดือนที่ผ่านไป เห็นด้วยสายตา ไร่มันฯ ระบบน้ำหยด เติบโตให้ใบเขียวขจีสม่ำเสมอ เมื่อลองขุดไปดูรากมันเริ่มมีหัวให้เห็นในขณะที่ไร่มันฯ ปลูกด้วยวิธีสูบน้ำชักเข้าร่องที่ นางเพิง ทำมาตลอด ซึ่งปลูกอยู่ติดกัน มีทั้งเล็กแคระแกร็น เหลืองใกล้ตาย และทั้งที่ปลูกมาแล้ว 6 เดือน ขุดลงไป รากยังไม่มีหัวมันฯให้เห็นแม้แต่นิดเดียว

“ตอนนี้นอกจากต้นมันจะโตได้ดีกว่า การใช้น้ำยังน้อยกว่าปลูกแบบเดิมต้องสูบน้ำเข้าร่อง วันละ 6 ชั่วโมง แต่ระบบน้ำหยดสูบแค่วันละ 2 ชั่วโมง ช่วยประหยัดค่าน้ำมันรถอีแต๊กสูบน้ำ เมื่อก่อนต้องใส่ปุ๋ยไร่ละ 25 กก. แต่ระบบน้ำหยดละลายปุ๋ยผสมไปในน้ำ ใช้ปุ๋ยแค่ 2.5 กก. ช่วยประหยัดเงินค่าปุ๋ยอีกต่างหาก”

นางเพิง ชี้ให้เห็นข้อดีอีกอย่างของระบบน้ำหยด...จะดีแค่ไหน ไม่รู้ ยังไม่ถึงเวลาเก็บเกี่ยว

รู้แต่เพียง หลังจากที่ทีมงานฯให้ทดลองทำแค่ 3 ไร่ แต่พอรู้เห็นเข้าใจในระบบ งานแค่นี้คนแก่คนเดียวทำเองได้...มั่นใจได้กำไรแน่ ยายเพิง ยอมควักเงินซื้อระบบเพิ่ม ขยายพื้นที่ปลูกมันฯไปอีก 20 ไร่เท่านั้นเอง

ชาติชาย ศิริพัฒน์


- - หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ - -

Last Updated on Monday, 10 August 2015 02:53

แบงก์ชาติจีนลดค่าเงินหยวน

Print

ธนาคารกลางของจีนประกาศปรับลดค่ากลางของเงินหยวนเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐ ลงสู่ระดับต่ำที่สุดในรอบเกือบ 3 ปี เพื่อหวังกระตุ้นเศรษฐกิจที่กำลังซบเซา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 11 ส.ค. ว่าธนาคารประชาชนจีน ( พีบีโอซี ) ออกแถลงการณ์เมื่อวันอังคาร เรื่องการปรับลดอัตราแลกเปลี่ยนกลาง ที่ใช้อ้างอิงระหว่างสกุลเงินหยวนกับดอลลาร์สหรัฐ เพื่อให้ค่าเงินกลางของจีนมีความสอดคล้องกับสถานการณ์ของตลาดในปัจจุบันมากขึ้น โดยการปรับลดอัตราแลกเปลี่ยนครั้งนี้ส่งผลให้ค่าเงินหยวนอยู่ที่ 6.2298 หยวน ต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐในวันอังคาร ลดลงร้อยละ 1.86 เมื่อเทียบกับอัตราแลกเปลี่ยนของวันจันทร์ ซึ่งอยู่ที่ 6.1162 หยวน ต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ อีกทั้งยังเป็นระดับต่ำที่สุดในรอบเกือบ 3 ปี

พีบีโอซียืนยันว่า การปรับอัตราแลกเปลี่ยนกลางของสกุลเงินหยวนเป็นไปตามค่ากลางกำหนดว่า ไม่ให้อัตราเพิ่มขึ้นหรือลดลงเกินร้อยละ 2.0 ขณะที่นักวิเคราะห์เชื่อว่าเป็นพยายามครั้งล่าสุดของทางการจีนในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เนื่องจากการปรับลดค่าเงินจะทำให้สินค้าของจีนมีราคาถูกลงและอาจเป็นที่สนใจของตลาดมากขึ้น  

ทั้งนี้ มูลค่าการค้าระหว่างประเทศของจีนยังคบซบเซา โดยสถิติเมื่อเดือนก.ค.ระบุว่ามูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 1.19 ล้านล้านหยวน ( ราว 6.7 ล้านล้านบาท ) ลดลงร้อยละ 8.9 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ขณะที่มูลค่าการนำเข้าอยู่ที่ 930,200 ล้านหยวน ( ราว 5.3 ล้านล้านบาท ) ลดลงร้อยละ 8.6 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว


- - หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ - -

Last Updated on Thursday, 13 August 2015 01:51

Page 3 of 300

Templates WordPress
Templates WordPress